การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
ในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์)
the Driving by philosophy of sufficiency economyand the desirable characteristics of Students in the
tedsaban 3school (tedsabansongkroh)
คำสำคัญ : หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง/คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
อภิรดี กลกิจ : การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์)
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบ
1) การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนเทศบาล 3
(เทศบาลสงเคราะห์)2)คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) และ 3) ทราบความสัมพันธ์ระหว่างการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) ประชากร ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน ในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) ประกอบด้วย
ผู้อำนวยการสถานศึกษา 1 คน และครูผู้สอน
37 คน รวมทั้งสิ้น 38 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ใช้แบบสอบถามเกี่ยวกับการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ตามคู่มือการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคการเกษตรและชนบท
และด้านความมั่นคงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช2551
กระทรวงศึกษาธิการ ตามแนวคิดของลิเคิร์ท (Likert)
สถิติ ที่ใช้ในการวิจัย
คือ ค่าความถี่ (frequency)
ค่าร้อยละ (percentage) ค่ามัชฌิมเลขคณิต (x-bar) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson’s
product–moment correlation coefficient)
ผลการวิจัยพบว่า
1. การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก
2.
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์)
โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก
3. การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.01
ABSTRACT
THE
DRIVING BY PHILOSOPHY OF SUFFICIENCY ECONOMY AND THE DESIRABLE CHARACTERISTICS
OF STUDENTS IN THE TEDSABAN 3 SCHOOL (TEDSABANSONGKROH)
Keywords : Sufficiency Economy Philosophy
/ Desirable Characteristics of Students
Apiradee Kolkij : The drivingby Philosophy Of
Sufficiency Economy and The Desirable
Characteristics of Students In
The Tedsaban 3 school (Tedsabansongkroh)
The purposes of this research were to examine: 1) the driving by
philosophy of sufficiency economy in the tedsaban3 school (tedsabansongkroh), 2) the desirable
characteristics of students in the tedsaban3 school (tedsabansongkroh), and 3) the relationship
between the driving by philosophy of
sufficiency economy and the desirable characteristics of students in the tedsaban3 school (tedsabansongkroh). The population is the school
administrator and teachers in the tedsaban3 school (tedsabansongkroh).
were one administrator, and 37 teachers, with the total of
38. The instrument
of this research was a questionnaire concerning the driving by philosophy of sufficiency
economy according to Office of the Royal Development Projects Board According
to the guide to the driving development based on the philosophy of sufficiency
economy in agriculture and rural areas. and security.and the desirable
characteristics of The Basic Education Core Curriculum B.E. 2551 (A.D. 2008).
The statistics used in this research were frequency, percentage, mean, standard
deviation, and Pearson’s product-moment correlation coefficient.
The research findings were as
follows:
1. Overall,
the driving by philosophy of sufficiency economy in the tedsaban 3 school (tedsabansongkroh) was, found at the high
level,
2. Overall, the desirable
characteristics of students in the tedsaban 3 school (tedsabansongkroh)was found at the high
level,
3. The relationship between driving
by philosophy of sufficiency economy and the desirable characteristics of
students in the tedsaban 3 school (tedsabansongkroh) was found at .01 level of
significance.
บทนำ
“ผู้มุ่งหวังความดีและเจริญมั่นคงในชีวิต จะต้องไม่ละเลยการศึกษา
ความรู้ที่จะศึกษามีอยู่สามส่วน คือความรู้วิชาการ ความรู้ปฏิบัติการ
และความรู้คิดอ่านตามเหตุผลความเป็นจริงซึ่งแต่ละคนควรเรียนรู้ให้ครบเพื่อสามารถนำไปใช้ประกอบกิจการงาน
และแก้ปัญหาทั้งปวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ”พระบรมราโชวาท
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยมหิดล ณ อาคารใหม่สวนอัมพร วันพฤหัสบดีที่
2 กรกฎาคม 2535[1] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2560 หมวด
5 หน้าที่ของรัฐ มาตรา 54 รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียน
จนจบการศึกษาภาคบังคับโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายมีระบุด้วยว่าการศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี
มีวินัยภูมิใจในชาติสามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน
และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ[2] โดยในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 ได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้สอดคล้อง ดังนี้ “คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่
21”[3]และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 ในหมวด 1 มีความมุ่งหมายและหลักการจัดการศึกษาสำคัญตาม
มาตรา 6 คือการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์
ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายจิตใจสติปัญญาความรู้และคุณธรรมมีจริยธรรมวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
และมาตรา 7 ในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขรู้จักรักษาและส่งเสริมสิทธิหน้าที่เสรีภาพความเคารพกฎหมายความเสมอภาคและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทยรู้จักรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมและของประเทศชาติรวมทั้งส่งเสริมศาสนาศิลปวัฒนธรรมของชาติการกีฬาภูมิปัญญาท้องถิ่นภูมิปัญญาไทยและความรู้อันเป็นสากลตลอดจนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความสามารถในการประกอบอาชีพรู้จักพึ่งตนเองมีความริเริ่มสร้างสรรค์ใฝ่รู้และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง[4]
ด้วยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ส่งเสริมสนับสนุนให้โรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ดำเนินการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา
และดำเนินโครงการโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น (Local Sufficiency
School : LSS)
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้โรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง
สามารถจัดกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้หลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง
และหลักการทรงงาน รวมถึงพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
โดยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้นักเรียนเป็นพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
มีจิตสำนึกรักษ์ในท้องถิ่นของตนเอง
และสามารถดำเนินชีวิตโดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต
อย่างมั่นคงและยั่งยืน[5]และได้มีประกาศของกระทรวงศึกษาธิการเรื่อง
แนวทางการพัฒนาและประเมินสถานศึกษาพอเพียงเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา
โดยมีนโยบายมุ่งพัฒนาสถานศึกษาทุกแห่ง
ให้สามารถจัดกระบวนการเรียนการสอนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และเพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างมีคุณภาพด้วยความยั่งยืนจึงต้องมีการพัฒนา “สถานศึกษาพอเพียง” ให้เป็น “ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา”
เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายผลการขับเคลื่อน “สถานศึกษาพอเพียง” ทั้งยังระบุไว้ในข้อ 1
แนวทางการพัฒนา (1.2) การพัฒนา “สถานศึกษาพอเพียง” ให้เป็น “ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา”
เป็นบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานต้นสังกัดโดยอาจร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆในการดำเนินงานตามความเหมาะสม
ข้อ 2 การประเมินศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา
(2.2) หน่วยงานต้นสังกัดส่งรายชื่อให้ศูนย์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงกระทรวงศึกษาธิการ
และ (2.5) กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัดสถานศึกษา ดำเนินการกำกับติดตามประเมินผลการพัฒนา
“สถานศึกษาพอเพียง” สู่การเป็น “ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา” อย่างสม่ำเสมอ[6]
จำนวนโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
มีจำนวนทั้งสิ้น 1,512 โรงเรียน แต่มีโรงเรียนที่เป็นศูนย์การเรียนโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น
11 โรงเรียน และโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่นต้นแบบ 76 โรงเรียน ซึ่งต้องผ่านการประเมินตามแนวทางการพัฒนาและประเมินสถานศึกษาพอเพียงเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษาจากคณะกรรมการของกระทรวงศึกษาธิการ
ในการนี้ สถานศึกษาพอเพียงตรงกับโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่นต้นแบบและศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษาตรงกับศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น
ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในส่วนของโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่นนำร่องซี่งมี 94
โรงเรียน จะเป็นการประเมินตามแนวทางการประเมินโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น
โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อประเมินเองซึ่งมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดอีกทั้งตามนโยบายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ให้โรงเรียนในสังกัดทุกโรงเรียนดำเนินการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง สู่สถานศึกษา
และดำเนินโครงการโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น (Local Sufficiency
School : LSS) ทุกโรงเรียน
ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาขับเคลื่อนให้เข้มข้นขึ้นตามลำดับต่อไป และประเด็นปัญหาสำคัญอีกเรื่อง
คือนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์) มากกว่า ร้อยละ 50 ของนักเรียนทั้งหมด มาจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ บิดา มารดาแยกกันอยู่
นักเรียนมีผู้ปกครองที่ไม่ใช่บิดา มารดา เป็นผู้อุปการะ
จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่โรงเรียนต้องปลูกฝังในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม
รวมถึงคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนให้เป็นไปตามที่กำหนดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 ที่กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเพื่อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์
8 ประการ ได้แก่ 1) รัก ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้
5)
อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ ซึ่งถ้านักเรียน มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ครบทั้ง
8 ประการ
จะสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้เป็นอย่างดี รวมถึง ถ้ามีทักษะการดำเนินชีวิตโดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้รับการปลูกฝังจากโรงเรียนมาบูรณาการใช้ในชีวิตประจำวัน
เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และยังสามารถเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพอย่างยิ่งของประเทศชาติ
ต่อไป
จากผลการวิเคราะห์ดังกล่าวข้างต้นทำให้เห็นว่าการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียน และการจัดการเรียนการสอนโดยนำหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงปลูกฝังให้กับนักเรียนนั้น
ประกอบกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีนโยบายให้โรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา
โดยเข้าร่วมโครงการโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น (Local Sufficiency
School : LSS) ครบทุกโรงเรียนและโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) ได้ประกาศเป็นโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่นนำร่องแล้วนั้น
จึงต้องมีการพัฒนาเป็นโรงเรียนพอเพียงต้นแบบ
และเป็นศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนพอเพียงท้องถิ่นในอนาคตต่อไป ตลอดจนนักเรียนโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ดีตามที่กำหนดอยู่ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
และสอดคล้องสัมพันธ์กับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับใด
จึงทำให้ผู้วิจัยเกิดความสนใจที่จะศึกษาวิจัย
เรื่องการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์)
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1.
เพื่อทราบการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนเทศบาล 3
(เทศบาลสงเคราะห์)
2.
เพื่อทราบคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์)
3.
เพื่อทราบความสัมพันธ์ระหว่างการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์)
ข้อคำถามของการวิจัย
เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการวิจัยที่กำหนดไว้
ผู้วิจัยได้ตั้งคำถามสำหรับการวิจัยครั้งนี้ ไว้ดังนี้
1.
การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนเทศบาล 3
(เทศบาลสงเคราะห์) อยู่ในระดับใด
2.
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์)
อยู่ในระดับใด
3.
การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์)
มีความสัมพันธ์กันหรือไม่
สมมติฐานของการวิจัย
1.
การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนเทศบาล 3
(เทศบาลสงเคราะห์) อยู่ในระดับปานกลาง
2.
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์)
อยู่ในระดับปานกลาง
3.
การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์)
มีความสัมพันธ์กัน
ขอบเขตของการวิจัย
งานวิจัยครั้งนี้ ในส่วนของการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่ชี้ถึงแนวทางการดำรงตนอยู่
และปฏิบัติของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง
โดยความพอเพียงหมายถึงความพอประมาณความมีเหตุผลรวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีและพร้อมรับผลกระทบอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายในทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ความรอบคอบและความระมัดระวัง
และมีความรอบรู้ที่เหมาะสมดำเนินชีวิตด้วยความอดทนความเพียรมีสติมีปัญญาและความรอบคอบปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
และกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดีและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน จากกระทรวงศึกษาธิการที่กำหนดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 คือ 1) รักชาติศาสน์กษัตริย์2) ซื่อสัตย์สุจริต3)
มีวินัย4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง6) มุ่งมั่นในการทำงาน7)
รักความเป็นไทย8) มีจิตสาธารณะ[1]
[1]กระทรวงศึกษาธิการ,
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช2551, (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย
จำกัด , 2552), 8.
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ใช้แบบสอบถาม
(questionnaire)
เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยผู้วิจัยเป็นผู้สร้างขึ้น จำนวน 1
ฉบับ จำแนกออกเป็น 3 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 การสอบถามเกี่ยวกับสถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ประกอบด้วย เพศ อายุ ระดับการศึกษา ตำแหน่งหน้าที่ในการปฏิบัติงาน
และประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่
ตอนที่ 2 สอบถามเกี่ยวกับการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (X tot) โดยผู้วิจัยนำมาจากหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ตอนที่ 3 สอบถามเกี่ยวกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
(Ytot)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของกระทรวงศึกษาธิการ
การเก็บรวบรวมข้อมูล
เพื่อให้การวิจัยครั้งนี้ดำเนินไปอย่างถูกต้องตามระเบียบ
ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลตามขั้นตอนดังนี้
1. ผู้วิจัยทำบันทึกถึงผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) เพื่อขอความอนุเคราะห์เก็บรวบรวมข้อมูลจากประชากรในการวิจัย
2. ผู้วิจัยส่งแบบสอบถามด้วยตนเอง
3. ดำเนินการเก็บแบบสอบถามด้วยตนเอง
และได้รับแบบสอบถามที่สมบูรณ์คืนจากผู้อำนวยการสถานศึกษา และครูผู้สอน จำนวน 38 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 100
การวิเคราะห์ข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ ใช้ผู้อำนวยการสถานศึกษา และครูผู้สอนเป็นหน่วยวิเคราะห์ (Unit of analysis) และเป็นผู้ตอบแบบสอบถาม โดยผู้วิจัยดำเนินการดังนี้
1.
ตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบสอบถาม
2.
ตรวจให้คะแนนตามเกณฑ์การให้คะแนนสำหรับแบบสอบถามแต่ละฉบับ
3.
จัดทำตารางแจกแจงคะแนน
(tally sheet)
เพื่อกรอกคะแนนให้สอดคล้องกับแผนการวิเคราะห์ข้อมูลและระเบียบวิธีทางสถิติที่ใช้
4.
นำข้อมูลดังกล่าวไปคำนวณหาค่าทางสถิติโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป
สถิติที่ใช้ในการวิจัย
เพื่อให้การวิเคราะห์ตรงตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย
จึงได้วิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับขั้นตอนโดยใช้ค่าสถิติ ดังนี้
1.
วิเคราะห์สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถามโดยใช้ความถี่ (frequency)
และร้อยละ (percentage)
2. วิเคราะห์การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
ใช้ค่ามัฃฌิมเลขคณิต (x-bar)
และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
โดยพิจารณาค่าเฉลี่ยของคะแนนที่ได้จากการตอบแบบสอบถามของผู้ให้ข้อมูล แล้วเปรียบเทียบกับเกณฑ์ตามแนวความคิดของเบสท์ (Best)
3. การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง/คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) ใช้การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของ เพียร์สัน (Pearson’s product – moment correlation coefficient)
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ตอนที่ 1 สถานภาพและข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามพบว่า
ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 38 คน จำแนกเป็น เพศชาย
8 คน คิดเป็นร้อยละ 21.1 เพศหญิง 30 คน
คิดเป็นร้อยละ 78.9 มีอายุไม่เกิน
30 ปี จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 2.6 อายุ ระหว่าง 31 - 40 ปี จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 36.8 อายุ ระหว่าง 41-50 ปี จำนวน 15 คน
คิดเป็นร้อยละ 38.5 และอายุ 51 ปีขึ้นไปจำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 20.1 มีระดับการศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 26 คน
คิดเป็นร้อยละ 64.8 และ ระดับปริญญาโท
จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 31.4
มีประสบการณ์ทำงาน ไม่เกิน 10 ปี จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 13.2 มีประสบการณ์ทำงาน 11 – 20 ปี จำนวน 17 คน
คิดเป็นร้อยละ 44.7 มีประสบการณ์ทำงาน 21 –
30 ปี จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 26.3 มีประสบการณ์ทำงาน30 ปีขึ้นไป จำนวน 6 คน
คิดเป็นร้อยละ 15.8 มีประสบการณ์ในตำแหน่งปัจจุบันไม่เกิน 5 ปี จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 31.6 มีประสบการณ์ในตำแหน่งปัจจุบัน 6 - 10 ปี จำนวน 15
คนคิดเป็นร้อยละ 39.5
มีประสบการณ์ในตำแหน่งปัจจุบัน 11 - 15 ปีจำนวน 7 คนคิดเป็นร้อยละ 18.4 มีประสบการณ์ในตำแหน่งปัจจุบัน 15 ปีขึ้นไป
จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 10.5 และตำแหน่งหน้าที่ในปัจจุบัน ผู้บริหารสถานศึกษา
จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 2.6 ตำแหน่งครูผู้สอน จำนวน 37 คน คิดเป็นร้อยละ 97.4
ตอนที่ 2 การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์)
พบว่า การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) โดยภาพรวมอยู่ในระดับ
มาก ( x-bar=4.36, S.D.=0.40) เมื่อพิจารณาในแต่ละด้าน พบว่าการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) อยู่ในระดับมากที่สุด คือด้านเงื่อนไขคุณธรรม (x-bar=4.40 , S.D.=0.50 ) และ อยู่ในระดับมาก โดยเรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย
ได้ดังนี้ เงื่อนไขความรู้ (x-bar=4.46 , S.D.=0.49) การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ( x-bar=4.40 , S.D.=0.50) ความพอประมาณ (x-bar=4.25 , S.D.=0.43) และความมีเหตุผล ( x-bar=4.19 , S.D.=0.41)
ตอนที่
3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์)
พบว่า คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์)โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก (x-bar=4.04 , S.D.=0.61) เมื่อพิจารณาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล 3
(เทศบาลสงเคราะห์) แต่ละด้าน พบว่ามีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน อยู่ในระดับมากที่สุด คือด้านรักชาติศาสน์กษัตริย์
( x-bar=4.67 , S.D.=0.33) และอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย
ได้ดังนี้ มีจิตสาธารณะ ( x-bar=4.55 , S.D.=0.41) รักความเป็นไทย (x-bar=4.50 , S.D.=0.54) ซื่อสัตย์สุจริต
(x-bar=4.49 , S.D.=0.42) มีวินัย ( x-bar=4.43 , S.D.=0.49) ใฝ่เรียนรู้ ( x-bar=4.32 , S.D.=0.47) มุ่งมั่นในการทำงาน (x-bar=4.32 , S.D.=0.65)
และอยู่อย่างพอเพียง ( x-bar=4.17 , S.D.=0.54)
ตอนที่ 4 ความสัมพันธ์ระหว่างการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์)
พบว่า การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Xtot)
กับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน (Ytot ) ในโรงเรียนเทศบาลเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) โดยรวม
มีความสัมพันธ์กันในระดับสูง (r = 0.805**) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
0.01 ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ในทางบวก หรือมีความสัมพันธ์ที่คล้อยตามกัน
เมื่อพิจารณาเป็นรายคู่ พบว่า
ความสัมพันธ์ระหว่างการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในแต่ละด้าน (X1 – X5) กับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) ในแต่ละด้าน (Y1 – Y8) พบว่า การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีความสัมพันธ์กันกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) อยู่ในระดับสูงในทุกด้าน และมีความสัมพันธ์กัน ดังนี้
การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ด้านความพอประมาณ (X1)
กับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน (Ytot ) (r = 0.621**)
การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ด้านความมีเหตุผล (X2)
กับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน (Ytot ) (r = 0.814**)
การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ด้านการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี (X3) กับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน (Ytot ) (r =
0.757**)
การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ด้านเงื่อนไขความรู้ (X4)
กับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน (Ytot ) (r = 0.679**)
การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ด้านเงื่อนไขคุณธรรม (X5) กับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน (Ytot
) (r = 0.644**)ดังแสดงในตารางที่ 1
ตารางที่ 1 ค่าความสัมพันธ์ระหว่างการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดย
ภาพรวม และรายด้าน
กับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนโดยภาพรวมและรายด้าน
ในโรงเรียนเทศบาล3
(เทศบาลสงเคราะห์)
การขับเคลื่อนตาม
หลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจ
พอเพียง
คุณลักษณะ
อันพึงประสงค์
ของผู้เรียน
|
ความพอประมาณ (X1)
|
ความ
มีเหตุผล
(X2)
|
การมีภูมิคุ้มกัน
ในตัวที่ดี
(X3)
|
เงื่อนไขความรู้ (X4)
|
เงื่อนไขคุณธรรม
(X5)
|
ภาพรวม
(Xtot)
|
รักชาติ
ศาสน์
กษัตริย์(Y1)
|
.530**
|
.619**
|
.722**
|
.647**
|
.640**
|
.743**
|
ซื่อสัตย์สุจริต
(Y2)
|
.555**
|
.729**
|
.652**
|
.551**
|
.589**
|
.704**
|
มีวินัย(Y3)
|
.641**
|
.662**
|
.815**
|
.705**
|
.673**
|
.806**
|
ใฝ่เรียนรู้
(Y4)
|
.527**
|
.716**
|
.670**
|
.548**
|
.522**
|
.667**
|
อยู่อย่างพอเพียง
(Y5)
|
.588**
|
.743**
|
.697**
|
.642**
|
.506**
|
.726**
|
มุ่งมั่นในการทำงาน(Y6)
|
.362*
|
.698**
|
.690**
|
.655**
|
.622**
|
.698**
|
รักความเป็นไทย(Y7)
|
.556**
|
.628**
|
.395*
|
.370*
|
.333*
|
.514**
|
มีจิตสาธารณะ
(Y8)
|
.477**
|
.639**
|
.563**
|
.464**
|
.479**
|
.603**
|
ภาพรวม (Ytot
)
|
.621**
|
.814**
|
.757**
|
.679**
|
.644**
|
.805**
|
**
มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
*
มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
การอภิปรายผล
จากการวิเคราะห์ข้อมูลวิจัยข้างต้น
ผู้วิจัยได้นำไปสู่การอภิปรายผลดังนี้
1.
จากผลการวิจัย พบว่าการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนเทศบาล 3
(เทศบาลสงเคราะห์) อยู่ในระดับมาก
ซึ่งไม่สอดคล้องกับสมมติฐานของการวิจัยที่ตั้งไว้ว่า การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) อยู่ในระดับปานกลางทั้งนี้อาจเนื่องมาจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
สนับสนุน
ส่งเสริมให้โรงเรียนที่สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดำเนินการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา
และดำเนินโครงการ โรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น (Local
Sufficiency School : LSS) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้โรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งสามารถจัดกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และหลักการทรงงานรวมถึงพระราชกรณียกิจ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
โดยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้นักเรียนเป็นพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
มีจิตสำนึกรักในท้องถิ่นของตนเอง
และสามารถดำเนินชีวิตโดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต
อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยเริ่มดำเนินโครงการโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น ในปี
2559ทำให้โรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์)
ได้นำแนวทางนี้ไปปฏิบัติจริงในโรงเรียนจนเกิดผล สอดคล้องกับผลการศึกษาของ
พีรภาว บุญเพลิงที่ศึกษาวิจัย เรื่องการพัฒนาตัวบ่งชี้รวมถึงความสำเร็จในการดำเนินงานของโรงเรียนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แล้วพบว่า
ผลการวิเคราะห์ องค์ประกอบเชิงยืนยัน พบว่า ตัวบ่งชี้เดี่ยวทุกตัวเป็นตัวบ่งชี้ความสำเร็จในการดำเนินงานของโรงเรียนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ไดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของโมเดลตัวบ่งชี้รวมความสำเร็จในการดำเนินงานของโรงเรียนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กับความสำเร็จในการดำเนินงานของโรงเรียนทุกด้าน มีค่าเป็นบวก และสอดคล้องกับ นิภาพร กลิ่นเกตุ ได้ศึกษา
เรื่องยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับประสิทธิผลของสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1 ได้ผลดังนี้
ระดับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1
พบว่ายุทธศาสตร์การขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1 โดยภาพรวม
และรายด้านมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ระดับประสิทธิผลของสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1
พบว่าประสิทธิผลของสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1 โดยภาพรวม และรายด้านมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก
และความสัมพันธ์ระหว่างยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับประสิทธิผลของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี
เขต 1 โดยภาพรวม พบว่ามีความสัมพันธ์ระดับปานกลาง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
.01
2. จากผลการวิจัย พบว่า
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์) อยู่ในระดับมาก
ซึ่งไม่สอดคล้องกับสมมติฐานของการวิจัยที่ตั้งไว้ว่า
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์) อยู่ในระดับปานกลาง ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากว่า โรงเรียนเทศบาล 3
(เทศบาลสงเคราะห์) มีการจัดกิจกรรม
โครงการที่มุ่งเน้นให้นักเรียนเป็นคนดี คนเก่ง และคนมีความสุข
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่ได้กำหนดแนวทางการพัฒนา
การวัดและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนไว้ เพื่อเป็นแนวทางให้กับสถานศึกษา ผู้บริหาร
ครูผู้สอน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียน
ให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลนั้นมี 8 ประการ คือ 1)รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2) ซื่อสัตย์สุจริต 3)มีวินัย 4)ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6)
มุ่งมั่นในการทำงาน 7)รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ ซึ่งสอดคล้องกับพีรพัฒน์ รุ่งเรือง
ได้ทำการศึกษา เรื่อง
ทักษะการนิเทศการศึกษาของผู้บริหารกับลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในสถานศึกษาสังกัดเทศบาลกลุ่มการศึกษาท้องถิ่นที่
1 พบว่า คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในสถานศึกษาสังกัดเทศบาล
กลุ่มการศึกษาท้องถิ่นที่ 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า
อยู่ในระดับมากทุกด้านซึ่งสอดคล้องกับ
การศึกษาของ อัมพร ปรีเปรม เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผลการดำเนินงานกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี กับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ
นักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร พบว่า คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร
โดยภาพรวมอยู่ ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าอยู่ในระดับมากทั้ง 8 ด้าน โดยเรียงลำดับค่ามัชฌิมเลขคณิตจากมากไปหาน้อยได้ ดังนี้
คุณลักษณะด้าน1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์ สุจริต 8)มีจิตสาธารณะ 3) มีวินัย 7) รักความเป็นไทย4) ใฝ่เรียนรู้
5) อยู่อย่างพอเพียง และ 6) มุ่งมั่นในการทำงาน3)
ผลการดำเนินงานกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนตามพระราชดำริ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (Xtot) กับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร (Ytot)
ในภาพรวม พบว่า มีความสัมพันธ์กันในระดับสูง (rxy=0.702)
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ในทางบวก
หรือมีความสัมพันธ์กันในลักษณะคล้อยตามกัน
3. จากผลการวิจัย พบว่า การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีค่าความสัมพันธ์กันในทางบวกหรือมีความสัมพันธ์กันในลักษณะคล้อยตามกัน
ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานของการวิจัยที่ตั้งไว้ว่า การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) มีความสัมพันธ์กัน เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) มีความสัมพันธ์กันเรียงลำดับได้ดังนี้ ด้านความมีเหตุผล ด้านการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี
ด้านเงื่อนไขความรู้ ด้านเงื่อนไขคุณธรรม
และด้านความพอประมาณ
ทั้งนี้เป็นเพราะการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
สามารถทำให้การดำเนินการบริหารในโรงเรียนมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ
สามารถบรรลุถึงเป้าหมายได้ ทำให้โรงเรียนจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพของผู้เรียนซึ่งเป็นผลผลิตของโรงเรียนที่ได้รับการปลูกฝังให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ดีตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดไว้
อันได้แก่ ด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ด้านซื่อสัตย์สุจริต ด้านมีวินัย ด้านใฝ่เรียนรู้
ด้านอยู่อย่างพอเพียง ด้านมุ่งมั่นในการทำงาน ด้านรักความเป็นไทย และ
ด้านมีจิตสาธารณะถ้านักเรียนมีคุณลักษณะที่ดี
ครบทั้ง 8 ประการนี้ ก็จะสามารถดำรงตนอยู่ในสังคมปัจจุบันได้
และถือเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพเป็นอย่างยิ่งและจากการที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
มีนโยบายส่งเสริมให้โรงเรียนที่สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาจัดทำแผนพัฒนาการศึกษา
การบริหารจัดการในโรงเรียน ตลอดจนถึงการจัดการเรียนรู้สู่นักเรียนจึงได้จัดให้มีการดำเนินงาน
และมีคณะกรรมการประเมินงานโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น เพื่อพัฒนาต่อยอดไปยังสถานศึกษาพอเพียงท้องถิ่นต้นแบบ
จนถึงศูนย์การเรียนรู้พอเพียงท้องถิ่นต่อไป
สอดคล้องกับผลการศึกษาของ ธวัชชัย วรปัสสุ
ได้ศึกษา เรื่องคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใน
สถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต 1 จากผลการวิจัยพบว่าความคิดเห็นเกี่ยวกับ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย
เขต1โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าในระดับมากทุกด้าน
และเมื่อพิจารณาคาเฉลี่ยที่มีคามากเรียงลำดับพบว่าด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด
คือ ดานมีความรูและทักษะพื้นฐานในการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รองลงมา คือด้านปฏิบัติตนและดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ด้านความรูความเข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและตระหนักในความสำคัญของการดำเนินชีวิตตามแนว
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทั้งนี้อาจเป็นว่าที่มาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ได้กำหนดให้การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้าสู่การจัดการเรียนของสถานศึกษาตั้งระดับการจัดหลักสูตร
การจัดการเรียนรู จนถึงกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียนมาอย่างต่อเนื่อง
ทำให้โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลยเขต 1 ไดมีการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
มีการจัดการเรียนรูแบบมีส่วนร่วมในทุกสาระการเรียนรูมีการนิเทศ ติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้ผู้เรียนมีความรูและทักษะพื้นฐานในการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
สามารถปฏิบัติตนและดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมีความรูความเข้าใจหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและตระหนักในความสำคัญของการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียงอย่างดี
จากข้อค้นพบการวิจัย
การอภิปรายผลดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้งานวิจัยเกิดประโยชน์
ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะทั่วไปและข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป ดังต่อไปนี้
ข้อเสนอแนะทั่วไป
1.
จากการศึกษาพบว่า การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ด้านความมีเหตุผล มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ดังนั้น
จึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ให้มากขึ้น เพราะความมีเหตุผลเป็นการที่ควรส่งเสริมและปลูกฝังนักเรียนในเรื่องของการคิด
ได้แก่การคิดวิเคราะห์ การคิดพิจารณา การคิดแก้ปัญหา
โดยสามารถพิจารณาถึงเหตุของปัญหา และผลที่จะเกิดขึ้นตามมาของทุก ๆ เรื่องได้
ท้ายสุดคือเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
2.
จากการศึกษาพบว่า คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์)
โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากแต่เมื่อพิจารณาถึงรายละเอียดในแต่ละด้านของคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์) เป็นด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ควรได้รับการพัฒนาคือด้านอยู่อย่างพอเพียง
ผู้บริหารควรส่งเสริมให้ครูและบุคลากรในสถานศึกษาเล็งเห็นความสำคัญในการอยู่อย่างพอเพียง
โดยการหาวิธีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เช่นการออม การประหยัดพลังงาน การลดขยะ
หรือจัดการอบรมเทคนิควิธีการสอนเพื่อให้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบใหม่ ๆ ร่วมกับการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืนต่อไป
3.
จากการศึกษาพบว่า การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล
3 (เทศบาลสงเคราะห์)มีค่าความสัมพันธ์กันในทางบวกหรือมีความสัมพันธ์กันในลักษณะคล้อยตามกัน แสดงให้เห็นว่า การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างมีประสิทธิภาพ
จะส่งผลให้คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์)
เป็นนักเรียนที่มีคุณภาพ ดังนั้นผู้บริหารจึงควรให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทั้ง 5
ด้าน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการบริหารโรงเรียนอย่างเข้าถึง
เข้าใจ พัฒนา
ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป
1.
มีปัจจัยหลายด้านที่ส่งผลต่อความสำเร็จและความล้มเหลวของการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
ซึ่งในปัจจุบันมีสื่อและการใช้เทคโนโลยีกันอย่างมาก ผู้วิจัยศึกษาถึงการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ในโรงเรียน ดังนั้นจึงควรมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการใช้สื่อและเทคโนโลยีในการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน
2.
คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครองนักเรียน เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จในการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียน
ดังนั้นจึงควรมีการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ปกครอง
3.
ผู้บริหารท้องถิ่นเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทต่อการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองท้องถิ่น
การจัดการศึกษาของท้องถิ่นจะประสบผลสำเร็จหรือล้มเหลวขึ้นอยู่กับผู้บริหารท้องถิ่น
ดังนั้นจึงควรศึกษาหาปัจจัยสาเหตุ และปัจจัยจูงใจที่ส่งผลให้ผู้บริหารท้องถิ่นเห็นความสำคัญของการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น.“หนังสือที่ มท0816.3/ว 1563 การมอบโล่เกียรติคุณให้แก่โรงเรียน
ที่เป็นศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น
โรงเรียนพอเพียงท้องถิ่นต้นแบบ และ
โรงเรียนพอเพียงท้องถิ่นนำร่อง พ.ศ.2559
การประชุมวิชาการ และการจัดนิทรรศการ
ผลงานของนักเรียนจากโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น” 8 สิงหาคม 2560.
กระทรวงวัฒนธรรม,
๙๙ พระบรมราโชวาท น้อมนำราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุขศานต์. กรุงเทพมหานคร:
สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, ม.ป.ป..
กระทรวงศึกษาธิการ.หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช2551. กรุงเทพฯ : โรง
พิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย
จำกัด , 2552.
ธวัชชัย วรปัสสุ.“คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใน
สถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย
เขต1.วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต
สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 2552.
นิภาพร กลิ่นเกตุ.“ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับประสิทธิผลของ
สถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี
เขต 1”
วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการบริหารการศึกษา
บัณฑิต
วิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, 2557.
พีรพัฒน์ รุ่งเรือง. “ทักษะการนิเทศการศึกษาของผู้บริหารกับลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนใน
สถานศึกษาสังกัดเทศบาล กลุ่มการศึกษาท้องถิ่นที่
1” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต
สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยศิลปากร,
2553. พีรภาว บุญเพลิง.“การพัฒนาตัวบ่งชี้รวมความสำเร็จในการดำเนินงานของโรงเรียนตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง”วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต
สาขาวิชาวิจัยการศึกษา บัณฑิต
วิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550.
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, “พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ”27 พฤษภาคม2556
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2560.
กรุงเทพมหานคร : สำนักการพิมพ์
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, 2560.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา,“แผนการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. 2560-2579”(เอกสารประกอบการ
ประชุมวิชาการ เรื่อง แผนการศึกษาแห่งชาติ 20 ปีกับการบูรณาการสู่แผนยุทธศาสตร์
พัฒนาการศึกษาจังหวัด ณ ห้องปิ่นเกล้า
โรงแรมเอส.ดี.อเวนิว กรุงเทพมหานคร,
8 - 9 มีนาคม 2560.
อัมพร เปรมปรี. “ความสัมพันธ์ระหว่างผลการดำเนินงานกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนตามพระราชดำริ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี กับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ
นักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร”
วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชา
การบริหารการศึกษา
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2559.
[1]กระทรวงวัฒนธรรม,
๙๙ พระบรมราโชวาท น้อมนำราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุขศานต์,(กรุงเทพมหานคร: สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม,
ม.ป.ป.), 60.
[2]สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา,
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐, (กรุงเทพมหานคร : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, 2560),14.
[3]สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา,“แผนการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. 2560-2579”(เอกสารประกอบการประกอบการประชุมวิชา เรื่อง แผนการศึกษาแห่งชาติ 20
ปีกับการบูรณาการสู่แผนยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาจังหวัดณ
ห้องปิ่นเกล้า โรงแรมเอส.ดี.อเวนิว กรุงเทพมหานคร,8 - 9 มีนาคม
2560),7.
[5]กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น,“หนังสือที่ มท0816.3/ว 1563
การมอบโล่เกียรติคุณให้แก่โรงเรียนที่เป็นศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น
โรงเรียนพอเพียงท้องถิ่นต้นแบบ และโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่นนำร่อง พ.ศ.2559
การประชุมวิชาการ และการจัดนิทรรศการผลงานของนักเรียนจากโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น,”8 สิงหาคม 2560.
[6]กระทรวงศึกษาธิการ,“ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
เรื่องแนวทางการพัฒนาและประเมินสถานศึกษาพอเพียงเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา,”
22 พฤศจิกายน 2555.
[7]กระทรวงศึกษาธิการ,
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช2551, (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย
จำกัด , 2552), 8.